HomeChapterบทที่ 16: การให้อภัยและเริ่มต้นใหม่… ท่ามกลางเศษซาก (Forgiveness and New Beginning… Amidst the Ruins)

บทที่ 16: การให้อภัยและเริ่มต้นใหม่… ท่ามกลางเศษซาก (Forgiveness and New Beginning… Amidst the Ruins)

ตึกร้างหลังมหาวิทยาลัย… สถานที่ที่เล่าลือกันว่ามีคนผูกคอตายทุกปี และเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกขี้ยา แต่คืนนี้… มันเงียบสงัดจนผิดปกติ ไม่มีเสียงจิ้งหรีด ไม่มีเสียงลม มีเพียงกลิ่นเหม็นเอียนของ ‘ดอกไม้เน่า’ ที่ลอยคละคลุ้ง

ผมยืนอยู่หน้าทางเข้าตึก มือข้างหนึ่งกำไฟฉาย อีกข้างกำสร้อยนาฬิกาทรายที่คอแน่น “เอาวะ… ตายเป็นตาย” ผมก้าวเท้าเข้าไปในความมืด

ทางเดินเต็มไปด้วยเศษกระจกและขยะ ผมเดินตามกลิ่นเน่าขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นดาดฟ้าโล่งกว้าง ที่นั่น… ผมเห็น เขา

ชายหนุ่มในชุดดำ ยืนหันหลังให้ผม เขากำลังยืนโงนเงนเหมือนคนไม่มีแรง มือข้างหนึ่งยันกำแพงไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น คือ เส้นผม ของเขา เรือนผมที่เคยดำขลับดุจรัตติกาล… บัดนี้กลายเป็น สีขาวโพลน ทั้งศีรษะ ราวกับหิมะต้องแสงจันทร์

“กาล…” ผมเรียกเสียงสั่น

ร่างนั้นสะดุ้งเฮือก เขาพยายามจะหันหนี พยายามจะดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวปิดบังใบหน้า “อย่าเข้ามา!” เสียงของเขาแหบพร่าและแตกพร่า “กลับไปซะวิน! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า!”

“ไม่กลับ!” ผมวิ่งเข้าไปหาเขา “หันหน้ามาคุยกันเดี๋ยวนี้!”

“ข้าบอกให้กลับไป!” กาลหันขวับมาตวาด และนั่นทำให้ผมเห็นใบหน้าเขาชัดเจน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาไร้ที่ติ ตอนนี้ซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดสีดำปูดโปนขึ้นมาตามลำคอและกรอบหน้า ผิวหนังบางส่วนมีรอยร้าวและมีแสงสีทองลอดออกมา เหมือนตุ๊กตากระเบื้องที่กำลังจะแตกสลาย

ผมหยุดชะงัก… ขาแข็งก้าวไม่ออก ไม่ใช่เพราะกลัว… แต่เพราะ สงสาร จับใจ

“เห็นไหม…” กาลแค่นหัวเราะ น้ำตาไหลออกมาเป็นสีดำ “สภาพข้าตอนนี้… มันน่าเกลียดน่ากลัว… ข้าไม่ใช่ยมทูตผู้สง่างามอีกแล้ว ข้าเป็นแค่ปีศาจที่กำลังเน่าเปื่อย… เจ้าจะอยู่กับตัวประหลาดแบบนี้งั้นรึ?”

เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ก้มหน้าซ่อนความอัปยศ “ข้าปกป้องเจ้าไม่ได้แล้ว… ข้ามีแต่จะทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย… หนีไปซะ วิน”

ผมยืนมองเขา… ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยอง ผู้ชายที่เคยมั่นใจในตัวเองที่สุด ตอนนี้เขากำลังแตกสลาย… เพราะผม

ผมทิ้งไฟฉายลงพื้น แล้วเดินเข้าไปหาเขา “น่าเกลียด…” ผมพูดขึ้น

กาลไหล่สั่นเทา… เตรียมใจรับคำด่าทอ

“น่าเกลียดพ่องดิ!” ผมตะโกนลั่น แล้วโถมตัวลงไปกอดคอเขาแน่น ไม่สนใจว่าเสื้อตัวเองจะเปื้อนคราบเลือดสีดำ “นายจะผมขาว จะหน้าแตก หรือจะเป็นซอมบี้ นายก็คือกาลของผม! คือไอ้บ้าที่แย่งผมกินหมูกระทะ! คือไอ้คนที่บ่นเรื่องหนังผี!”

ผมจับใบหน้าเขาให้เงยขึ้น บังคับให้สบตา “เลิกคิดแทนผมได้แล้ว! ผมไม่สนว่านายจะเหลือเวลาอีกกี่นาที หรือสภาพเป็นยังไง… ผมสนแค่ว่า ตอนนี้ วินาทีนี้ อยู่ตรงหน้าผม!”

กาลมองผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แววตาของเขาไหวระริก “วิน… ข้า…”

“ขอโทษผมเดี๋ยวนี้” ผมสั่งเสียงเข้ม “ขอโทษที่ทิ้งผมไป ขอโทษที่คิดเองเออเอง”

“ขอ… ขอโทษ…” กาลเสียงสั่น “ข้าขอโทษ…”

“เออ! หายโกรธแล้ว!” ผมดึงเขาเข้ามากอดอีกครั้ง ซบหน้าลงกับไหล่ที่ผอมลงไปถนัดตา “กลับบ้านกันนะ… กลับไปอยู่ห้องเรา กลับไปแย่งที่นอนกันเหมือนเดิม”

กาลค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นมากอดตอบ… อ้อมกอดที่แน่นแฟ้นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป “อืม… กลับบ้านกัน”

บรรยากาศโรแมนติกกำลังอบอวล… แต่ทว่าโลกความจริงมักโหดร้ายเสมอ แปะ… แปะ… แปะ…

เสียงปรบมือดังขึ้นจากเงามืด “ซึ้ง… ซึ้งจนน้ำตาจะไหล ละครรักน้ำเน่าชัดๆ”

ร่างของ ชายหนุ่มปริศนา (คนที่ให้ใบปลิวผม) เดินออกมาจากมุมมืด แต่คราวนี้ ร่างกายของเขาเริ่มบิดเบี้ยว ขยายใหญ่ขึ้น ผิวหนังฉีกขาดเผยให้เห็นเนื้อแท้ข้างในที่เป็นเงาสีดำทมิฬ “แต่น่าเสียดายนะ… ที่ฉากจบของเรื่องนี้ ไม่ใช่ Happy Ending”

กาลดันตัวผมไปไว้ข้างหลังทันที เขาพยายามลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นพับๆ “นี่คือ ‘ร่างจำแลง’ ของศิวะ…” กาลกระซิบ “มันส่งสมุนระดับสูงมาเก็บงาน”

เจ้าปีศาจร่างยักษ์คำรามลั่น “ส่งพลังวิญญาณของแกมา! ยมทูต!” มันพุ่งเข้าใส่พวกเราด้วยความเร็วสูง!

กาลยกมือขึ้นเตรียมร่ายเวท แต่แสงสีทองที่ปลายนิ้วเขาริบหรี่เหมือนเทียนใกล้ดับ “บ้าเอ๊ย! พลังข้า…”

“กาล!” วินาทีวิกฤต… ผมนึกถึงสิ่งที่กาลเคยสอน ‘จินตนาการถึงสิ่งที่เจ้าอยากวาด… สิ่งที่มีค่าที่สุด’

ผมกำสร้อยนาฬิกาทรายที่คอแน่น แล้วสะบัดมือออกไปข้างหน้า “ทรายราตรี!”

ฟุ่บ! ละอองทรายสีทองพุ่งออกมาจากสร้อยคอของผม (ไม่ใช่จากมือกาล!) มันหมุนวนรวมตัวกันกลายเป็น “กำแพงทราย” ขนาดใหญ่ กั้นขวางทางเจ้าปีศาจไว้

ตูม! ปีศาจชนกำแพงทรายจนกระเด็นกลับไป!

กาลหันมามองผมด้วยความตกตะลึง “วิน… เจ้า… เจ้าใช้พลังของข้าได้ยังไง?”

ผมมองมือตัวเองที่ยังมีละอองแสงสีทองติดอยู่… “ไม่รู้ดิ… รู้แค่ว่า ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนายอีกแล้ว” ผมหันไปยิ้มให้เขา… รอยยิ้มที่มั่นใจกว่าครั้งไหนๆ “คราวนี้… ตาผมปกป้องนายบ้าง”

กาลมองผม… จากความตกตะลึง เปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ และความรักที่ล้นปรี่ เขายื่นมือมาจับมือผม พลังยมทูตที่อ่อนแอของเขา เมื่อสัมผัสกับพลังทรายในตัวผม… มันกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง! แสงสีทองและแสงสีดำ ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

“งั้นก็… ลุยไปด้วยกัน” กาลยิ้ม รอยร้าวบนหน้าเขาดูจางลงเมื่อมีรอยยิ้มประดับ “คู่หูยมทูต… ปะทะ ปีศาจเงา”

“จัดไปครับลูกพี่!”

เราสองคนจับมือกันแน่น หันหน้าเข้าหาปีศาจร้าย นี่ไม่ใช่จุดจบ… แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เพื่อทวงคืนเวลาของเรา!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments