HomeChapterบทที่ 30: พันธกาล… นิรันดร์ในใจเรา (Eternal Bond in Our Hearts)

บทที่ 30: พันธกาล… นิรันดร์ในใจเรา (Eternal Bond in Our Hearts)

10 ปีต่อมา…

แสงแดดยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานกระจกใสของบริษัทสถาปนิกแถวสุขุมวิท บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแบบแปลนและโมเดลจำลอง มีป้ายชื่อตั้งโต๊ะเขียนว่า “ธาวิน วงศ์สวัสดิ์ – Senior Architect”

“คุณวินครับ… แบบร่างพิพิธภัณฑ์กาลเวลาที่ลูกค้าขอแก้ ได้หรือยังครับ?” เสียงเลขาฯ หนุ่มเคาะประตูถามผม

ผมเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ขยับแว่นสายตาครับ “เสร็จแล้วครับ… วางอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวผมส่งไฟล์ตามไป”

“โอเคครับ… เอ้อ คุณวินครับ มีคนมารอพบครับ บอกว่าเป็น… ‘ผู้ปกครอง’ ของคุณวิน” เลขาฯ ทำหน้ากวนๆ ใส่ผมครับ

ผมยิ้มมุมปาก… ผู้ปกครองงั้นเหรอ “เชิญเข้ามาได้เลยครับ”

ประตูเปิดออก พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มวัย 30 ที่ยังคงดูดีสมาร์ทในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขน แม้จะมีริ้วรอยแห่งวัยปรากฏขึ้นบ้างที่หางตาตามกาลเวลา แต่แววตาคู่นั้นยังคงลุ่มลึกและมีเสน่ห์ไม่เปลี่ยนเลยครับ

“ไง… ท่านสถาปนิกใหญ่ เลิกงานได้หรือยัง?” กาล เอ่ยทัก พร้อมชูถุงกระดาษในมือครับ “วันนี้วันครบรอบนะ… เราซื้อเค้กร้านโปรดนายมาด้วย”

“โธ่นาย… บอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้อ ผมกะว่าจะพาไปดินเนอร์หรูๆ สักมื้อ” ผมลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปกอดเอวมันแล้วซบหน้าลงกับอก

“ดินเนอร์หรูอะไรกัน… เปลืองเงิน” กาลบ่นเหมือนมนุษย์ลุงเลยครับ “กลับไปกินข้าวบ้านดีกว่า เราทำแกงเขียวหวานไว้”

“ครับๆ… พ่อบ้านใจกล้า” ผมหัวเราะ

กาลในตอนนี้ไม่ใช่ยมทูตผู้เย็นชาอีกต่อไปแล้วครับ เขาคือ “อาจารย์กาล” อาจารย์พิเศษสอนวิชาประวัติศาสตร์และปรัชญาที่มหาลัยเดิมที่เราเจอกันนั่นแหละครับ ด้วยความรู้ระดับ “ผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง” ทำให้นักศึกษาแย่งกันลงเรียนจนเซิร์ฟเวอร์ล่มทุกเทอมเลยครับ

ณ ดาดฟ้าคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เราสองคนนั่งจิบไวน์มองดูแสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำครับ ลมหนาวพัดมาเบาๆ เหมือนคืนนั้นเมื่อ 10 ปีก่อนไม่มีผิด

“วิน…” กาลวางแก้วไวน์ลง แล้วหันมามองผม “จำวันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ไหม?”

“จำได้สิ… วันที่นายเกือบกลายเป็นหิน แล้วผมก็ไปลากนายออกมาจากนรก” ผมจับมือมันขึ้นมาดูครับ “มือนายเริ่มมีรอยเหี่ยวแล้วนะเนี่ย”

“ก็คนมันแก่นี่นา” กาลหัวเราะเสียงทุ้ม “วิน… ผมถามจริงๆ นะ” สีหน้ามันเริ่มจริงจังขึ้นครับ “นายเคยเสียใจไหม… ที่ต้องมาผูกติดกับอดีตยมทูตอย่างผม? ผมไม่มีพลังวิเศษแล้วนะ… แถมอีกไม่กี่สิบปี เราก็ต้องตายจากไป… เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดกาลเหมือนในนิยายแฟนตาซีนะ”

ผมมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของเขา “นิรันดร์กาล… ฟังดูน่าเบื่อจะตายไปนาย” “ถ้าเราอยู่ด้วยกันตลอดไป… เราคงลืมที่จะบอกรักกัน เพราะคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็บอกได้” “แต่เพราะเรารู้ว่าเวลาเรามีจำกัด… เราถึงเห็นค่าของทุกเช้าที่ตื่นมาเจอหน้านายไง”

ผมหยิบสร้อยคอที่ยังสวมติดตัวตลอดเวลาออกมาครับ นาฬิกาทรายข้างใน… ทรายสีเงินไหลลงสู่ข้างล่างช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ “ดูสิ… ทรายมันไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีวันย้อนกลับ” “แต่ทุกเม็ดทรายที่ไหลผ่าน… มันคือความทรงจำที่เราสร้างร่วมกันนะ”

กาลยิ้ม… น้ำตาคลอเบ้าเลยครับ “นั่นสินะ… ขอบคุณนะวิน” “ขอบคุณที่สอนให้ยมทูตคนนี้… รู้จักวิธี ‘มีชีวิต'”

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาครับ “ผมไม่มีพลังเสกแหวนจากดวงดาวแล้วนะ…” “แต่เราเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์นิยายมาทั้งปี… เพื่อสิ่งนี้”

เขาเปิดกล่องออก… แหวนทองคำขาวเกลี้ยงเกลา สลักรูป นาฬิกาทราย เล็กๆ ไว้ตรงกลาง “แต่งงานกับผมนะ… วิน” “อยู่เป็นคู่กัด คู่คิด คู่ชีวิต… จนกว่าทรายเม็ดสุดท้ายจะหมดลง”

ผมน้ำตาไหลพราก ยื่นมือซ้ายออกไปให้มันสวมแหวนครับ “ตกลง… ตกลงล้านเปอร์เซ็นต์เลย!”

กาลสวมแหวนให้ผม แล้วบรรจงจูบที่หลังมือ ก่อนจะดึงผมเข้าไปจูบที่ริมฝีปาก… จูบที่แสนหวาน อบอุ่น และยืนยาว

ท่ามกลางแสงดาวและแสงไฟเมืองหลวง อดีตยมทูตผู้เคยเป็นนิรันดร์ได้ค้นพบสิ่งที่สวยงามกว่าความเป็นอมตะ นั่นคือ “ช่วงเวลาธรรมดาๆ” กับคนที่รัก

และแม้สักวันหนึ่ง ความตายจะมาเยือนตามกฎธรรมชาติ พวกผมก็จะไม่เสียใจและไม่เสียดายเลยครับ เพราะพวกผมได้ใช้เวลาทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว

นาฬิกาทรายแห่งชีวิตยังคงเดินต่อไป… ในจังหวะที่พร้อมกัน… ตลอดไป

– จบบริบูรณ์ –

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments