HomeChapterบทที่ 8: เชือกผูกวิญญาณ (The Soul-Binding Rope)

บทที่ 8: เชือกผูกวิญญาณ (The Soul-Binding Rope)

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาแยงตา ราวกับสวรรค์จงใจลงทัณฑ์คนบาปที่ดื่มน้ำเมาเมื่อคืน วินครางฮือในลำคอ รู้สึกเหมือนมีช่างตีเหล็กมาทุบหัวอยู่ข้างใน ตุบ… ตุบ… ตุบ…

เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียง ความทรงจำเมื่อคืนขาดๆ หายๆ เหมือนฟิล์มหนังเก่าที่ฉายสะดุด จำได้ว่าดื่มเบียร์… ร้องไห้เรื่องพ่อ… กาลมาหา… แล้วก็… ขี่หลัง?

“ตื่นแล้วรึ… เจ้ามนุษย์ขี้เมา”

เสียงทุ้มเรียบดังมาจากปลายเตียง วินหรี่ตามองเห็นร่างสูงโปร่งของกาล นั่งจิบกาแฟดำอ่านหนังสือพิมพ์ (ภาษาอะไรก็ไม่รู้ ตัวยึกยือเหมือนไส้เดือน) อยู่บนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างามดุจท่านเคานต์แดร็กคูล่า

“ปวดหัว…” วินบ่นอุบอิบ ขยี้ตาตัวเอง

“ดื่มน้ำซะ” ข้าชี้ไปที่แก้วน้ำผสมผงเกลือแร่ที่วางเตรียมไว้ให้บนหัวเตียง “ข้าผสมยาแก้เมาค้างสูตรยมโลกให้… รับรองว่าหายเป็นปลิดทิ้ง ภายใน 3 วินาที”

วินคว้าแก้วมาดื่มรวดเดียวหมด วูบ! ความปวดหัวหายไปจริงๆ เหมือนถูกเสกเป่า แต่รสชาติมัน… “แหวะ! รสชาติเหมือนกินดินผสมกำมะถัน!”

“ยาดีปากมักขม” ข้าตอบโดยไม่ละสายตาจากหนังสือพิมพ์

วินเบ้ปาก ก่อนจะก้มลงสำรวจตัวเอง… เสื้อผ้ายังอยู่ครบ (โล่งอก) แต่เดี๋ยวนะ… ที่ข้อมือขวาของเขา… มีรอยช้ำสีม่วงคล้ำวนรอบข้อมือ เป็นเกลียวๆ เหมือนรอย… เชือกมัด?

วินตาโต หัวใจเต้นรัว ความคิดเตลิดเปิดเปิง รอยเชือก? ข้อมือ? เมื่อคืนเมา? อยู่กับกาลสองต่อสอง? ภาพจินตนาการบรรเจิดผุดขึ้นมาในหัว: ฉากละครตบจูบ, โซ่แส้กุญแจมือ, หรือว่าพี่กาลจะเป็นพวกซาดิสม์!?

“กาล…” วินเรียกเสียงสั่น “เมื่อคืน… เรา… เราทำอะไรกันป่ะ?”

ข้าลดหนังสือพิมพ์ลง เลิกคิ้วมอง “ทำอะไร?”

“ก็… แบบว่า…” วินชูข้อมือให้ดู หน้าแดงแปร๊ด “รอยเนี่ย! รอยมัดเนี่ย! พี่ทำอะไรผมตอนผมเมาหรือเปล่า! พี่มัดผมเหรอ! นี่พี่เป็นยมทูตสาย S เหรอวะเนี่ย!”

ข้ามองรอยที่ข้อมือวิน นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ลง แล้วลุกเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด (ซึ่งวินตีความว่า ‘เคร่งเครียดเพราะความลับแตก’)

ข้าคว้าข้อมือวินขึ้นมาดูใกล้ๆ นิ้วเย็นเฉียบไล้ไปตามรอยช้ำนั้น “เจ็บไหม?”

“มะ… ไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่… พี่ทำจริงป่ะเนี่ย รับผิดชอบด้วยนะเว้ย!” วินโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน

“หุบปาก… แล้วตั้งสติ” ข้าสั่งเสียงเข้ม “ดูให้ดีๆ”

ข้าใช้นิ้วชี้แตะที่กลางหน้าผากวิน แล้วร่ายมนตร์เบาๆ “เนตรแห่งสัจธรรม… จงเปิด”

วินกระพริบตา… ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไป รอยช้ำสีม่วงที่ข้อมือ… ไม่ใช่รอยช้ำธรรมดา แต่มันคือ กลุ่มควันสีดำทมิฬ ที่ขดตัวรัดข้อมือเขาไว้แน่น ราวกับงูพิษที่กำลังรัดเหยื่อ และปลายเชือกควันนั้น… ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่าง หายไปในความว่างเปล่า

“เชี่ย! อะไรวะเนี่ย!” วินสะบัดมือแรงๆ แต่ควันนั้นก็ไม่หลุด ยิ่งสะบัด มันยิ่งรัดแน่นขึ้น

“หยุดดิ้น! ยิ่งดิ้นมันยิ่งกินพลังชีวิตเจ้า!” ข้าตะคอกดุ

วินหยุดกึก ตัวแข็งทื่อ “มันคืออะไร… ผมจะตายไหม?”

“มันคือ ‘บ่วงมาร’…” ข้าตอบเสียงเครียด แววตาที่เคยเรียบเฉยตอนนี้ลุกโชนด้วยโทสะ “มีใครบางคน… ผูกวิญญาณเจ้าไว้ เพื่อจองจำให้เป็นอาหารของมัน”

“อาหาร? ใคร?”

“คนที่เจ้าเรียกว่า… หมอศิวะ”

วินอ้าปากค้าง “พี่หมอ? บ้าเหรอพี่ เขาเป็นหมอนะ รักษาคนนะ!”

“มันคือ ‘อสุรกาล’ ปีศาจที่กินเวลาเป็นอาหาร มันหมายหัวเจ้าไว้แล้ว วิน… รอยนี้คือการตีตราจอง เหมือนสิงโตที่กัดคอเหยื่อไว้ไม่ให้หนี”

วินหน้าซีดเผือด ขาอ่อนแรงจนทรุดลงนั่งบนเตียง “แล้ว… แล้วต้องทำไงอ่ะ มันแก้ไม่ออก”

ข้าถอนหายใจยาว… เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบกล่องไม้โบราณใบเล็กๆ ออกมา (ซึ่งวินไม่เคยเห็นมาก่อนว่ามีอยู่ในห้อง) ข้างในมี ด้ายสีแดง เส้นเล็กๆ นอนนิ่งอยู่

“ข้าตัดบ่วงมารนี้ไม่ได้ในทันที เพราะพลังข้ายังฟื้นไม่เต็มที่…” ข้าอธิบาย “แต่ข้าสามารถ ‘สะกด’ มันไว้ไม่ให้ดูดพลังเจ้าได้”

ข้าหยิบด้ายแดงเส้นนั้นขึ้นมา แล้วเดินมานั่งคุกเข่าตรงหน้าวิน ท่าทางเหมือน… ขอแต่งงาน? วินใจเต้นตึกตั๊กอีกรอบ “จะทำไรอ่ะ?”

“ยื่นมือมา”

วินยื่นมือที่สั่นเทาออกไป ข้าพันด้ายแดงทับลงบนรอยควันดำที่ข้อมือวิน พลางร่ายคาถาภาษาโบราณที่ฟังดูขลังและน่าขนลุก ทันทีที่ด้ายแดงสัมผัสผิว ควันดำก็สงบลงและจางหายไป (ถูกซ่อนไว้ใต้ด้ายแดง)

ข้ามัดปมเชือกแน่น แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาวินในระยะประชิด “ด้ายแดงนี้… คือเส้นผมของข้าที่แปรสภาพเป็นศาสตรา”

“เส้นผม?” วินมองด้ายแดงสลับกับผมดำขลับของข้า

“มันเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณข้า… นับจากนี้ หากเจ้าตกอยู่ในอันตราย หรืออสุรกาลนั่นเข้าใกล้เจ้า… ข้าจะรู้ทันที” ข้าลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

“ห้ามถอดเด็ดขาด… เข้าใจไหม?”

วินพยักหน้าหงึกๆ มองด้ายแดงที่ข้อมือ “เหมือน… ด้ายมงคลงานแต่งเลยเนอะ” เขาหลุดปากแซวแก้เก้อ

ข้าชะงัก หันกลับมามองด้วยสายตาดุๆ แต่แก้มขาวซีดนั้นกลับมีสีระเรื่อขึ้นเล็กน้อย “เพ้อเจ้อ… รีบไปอาบน้ำ วันนี้มีเรียนเช้า”

ณ ตึกคณะ

วินเดินก้มหน้าก้มตา มองด้ายแดงที่ข้อมือสลับกับมองแผ่นหลังกว้างของข้าที่เดินนำอยู่ข้างหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบที่ข้อมือ… มันแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ ถึงปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ลึกๆ แล้ว วินรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดที่มีพันธนาการนี้ผูกไว้

“เฮ้ย! ไอ้หน้าศพ! ไอ้วิน!” เสียงรุ่นพี่ว้าก (คนเดิมที่โดนข้าด่าที่ค่าย) ตะโกนเรียกจากศาลาคณะ วินสะดุ้ง “ซวยแล้ว… พี่เขาจะมาเอาคืนเรื่องค่ายแน่เลย”

รุ่นพี่เดินอาดๆ เข้ามาพร้อมพรรคพวก 2-3 คน หน้าตาขึงขัง ข้าก้าวออกมายืนบังวินไว้โดยอัตโนมัติ มือเตรียมดีดนิ้วเพื่อสาปแช่ง

“เดี๋ยว!” รุ่นพี่คนนั้นยกมือห้าม แล้วทำท่าทางแปลกๆ… หน้าแดงๆ บิดตัวไปมา “คือ… กู… เอ้ย พี่… พี่จะมาขอบใจพวกมึง”

“หา?” วินและข้าประสานเสียงกัน

“ก็… เรื่องที่มึงพูดเตือนสติพี่วันนั้นแหละ… เรื่องความดันสูง” รุ่นพี่เกาหัวแก้เขิน “พี่ไปตรวจสุขภาพมา… หมอบอกว่าเป็นความดันจริงๆ ด้วย เกือบเส้นเลือดแตกตาย… ขอบใจนะเว้ยที่เตือน”

ข้าเลิกคิ้ว “ข้าบอกแล้ว… ยมทูตไม่เคยพูดปด”

“เออๆ ช่างเถอะ… เพื่อเป็นการไถ่โทษ เย็นนี้พวกพี่จะเลี้ยงหมูกระทะ! ไปด้วยกันนะเว้ย ห้ามปฏิเสธ!”

รุ่นพี่ตบไหล่ข้าดังป้าบ แล้วเดินจากไป ข้ายืนนิ่ง เอามือปัดไหล่ตัวเอง (รังเกียจเชื้อโรค) “หมู… กระทะ? มันคือพิธีกรรมบูชายันต์หมูหรือ?”

วินหัวเราะลั่น ความเครียดเมื่อเช้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง “ไม่ใช่โว้ย! มันคือสวรรค์ของมนุษย์ต่างหาก! เตรียมท้องไว้เลยกาล เย็นนี้พี่เสร็จแน่!”

วินคว้าข้อมือข้า (ข้างที่มีด้ายแดงผูกอยู่) แล้วออกแรงดึงให้เดินตาม “ไปเรียนกันเถอะ… เดี๋ยวสาย”

ข้ามองมือที่ถูกกุมไว้… มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย บางที… การมีชีวิตอยู่เพื่อกิน ‘หมูกระทะ’ ก็อาจจะไม่เลวร้ายนัก

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments