HomeChapterบทที่ 9: พ่อบ้านจำเป็นกับว่าที่คู่หมั้นจอมแสบ

บทที่ 9: พ่อบ้านจำเป็นกับว่าที่คู่หมั้นจอมแสบ

สถานการณ์ในเพนท์เฮาส์ตอนนี้เรียกได้ว่า… ‘นรกแตก’

หญิงวัยกลางคนในชุดเดรสผ้าไหมหรูหรา ผู้มีใบหน้าคล้ายไต้ฝุ่นราวกับพิมพ์เดียวกันแต่แฝงความดุร้ายกว่าสิบเท่า กำลังใช้สายตาคมกริบกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

‘คุณหญิงรำภา’ แม่ของไต้ฝุ่น และเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของสมาคมฮีโร่

“แม่ถามว่า… เด็กกะโปโลคนนี้เป็นใคร?” คุณหญิงรำภาถามเสียงเย็น เอียงคอมองผมที่ยืนตัวลีบอยู่ในชุดนอนลายเป็ดเหลือง (ที่ดูยังไงก็ไม่เข้ากับห้องหรูๆ นี่)

ไต้ฝุ่นขยับตัวมาบังผมไว้ “เขาชื่อนาวี เป็น…”

“เป็นพ่อบ้านครับ!” ผมโพล่งออกไปก่อนที่พี่ไต้ฝุ่นจะพูดความจริง (ขืนบอกว่าเป็น ‘ยาแก้ปวด’ หรือ ‘รูมเมต’ มีหวังโดนแม่เขาสั่งเก็บแน่)

“พ่อบ้าน?” คุณหญิงเลิกคิ้วสูง “พ่อบ้านใส่ชุดนอนลายเป็ดตอนแปดโมงเช้าเนี่ยนะ?”

“คะ… คือผมเพิ่งตื่นมาทำความสะอาดครับ!” ผมรีบคว้าไม้ขนไก่ที่วางอยู่แถวนั้นมาถือแก้เก้อ “ช่วงนี้ท่านไต้ฝุ่นงานยุ่ง ผมเลยมาช่วยดูแลความเรียบร้อย… แบบ Full-time ครับ!”

คุณหญิงรำภามองผมด้วยสายตาเหยียดหยามระดับสิบริกเตอร์ ก่อนจะหันไปหาลูกชาย

“รสนิยมตกต่ำนะตาฝุ่น จ้างคนใช้บุคลิกซื่อบื้อแบบนี้มาทำงาน… ไล่ออกซะ แม่เตรียมเมดมืออาชีพจากสมาคมมาให้แล้ว”

“ผมไม่ไล่” ไต้ฝุ่นตอบสวนทันควัน น้ำเสียงแข็งกร้าว “และผมก็ไม่ต้องการคนของแม่… นาวีทำงานดีที่สุดแล้ว”

“งานดี?” คุณหญิงแค่นหัวเราะ “งานอะไร? งานบนเตียงหรือไง?”

ฉึก! คำพูดนั้นแทงใจดำจนผมสะดุ้ง

“คุณป้าขา~ อย่าดุพี่ชายสิคะ”

เสียงใสๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ ‘น้องลิลลี่’ เด็กหญิงวัยสิบขวบในชุดกระโปรงฟูฟ่อง เดินเข้ามาเกาะแขนคุณหญิง เธอมองผมด้วยดวงตากลมโตไร้เดียงสา… ที่แฝงแววตาร้ายกาจ

“พี่ชายคนนี้ดูตลกดีออกค่ะ หนูอยากเล่นกับเขา” ลิลลี่หันมายิ้มหวานให้ผม “พี่ชื่อนาวีใช่มั้ยคะ? หนูชื่อลิลลี่นะ เป็น ‘คู่หมั้น’ ของพี่ไต้ฝุ่น”

เธอย้ำคำว่า ‘คู่หมั้น’ ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมส่งสายตาเชือดเฉือนมาให้

“เชิญคุณแม่ไปนั่งพักก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยพี่พ่อบ้านเสิร์ฟน้ำให้”


ในครัว (โซนอันตราย)

ผมรีบชงชากลิ่นเอิร์ลเกรย์ด้วยมือสั่นเทา โดยมีลิลลี่ยืนเท้าคางมองอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์

“พี่เป็นเด็กเส้นสินะ”

จู่ๆ เด็กน้อยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป… เป็นน้ำเสียงของผู้ใหญ่ที่เย็นชา

“คะ… ครับ?”

“ไม่ต้องมาแอ๊บแบ๊ว” ลิลลี่แสยะยิ้ม “หนูอ่านใจพี่ได้… พี่กลัวคุณป้ารำภา พี่ชอบพี่ไต้ฝุ่น และพี่ก็มีความลับเรื่องพลังของพี่”

ผมขนลุกซู่ เด็กคนนี้มีพลัง ‘Telepathy’ (อ่านใจ) งั้นเหรอ!?

“หนูจะบอกอะไรให้นะ” ลิลลี่กระดิกนิ้วเบาๆ

เพล้ง!

แก้วชาในมือผมแตกกระจายคามือ! ไม่ใช่เพราะผมบีบ แต่เพราะพลังจิตของเธอบีบอัดมัน! น้ำชาร้อนๆ ราดรดมือผมจนแสบ

“โอ๊ย!” ผมสะบัดมือ

“พี่ไต้ฝุ่นเป็นของหนู… ตระกูลเราหมั้นหมายกันเพื่อสร้างทายาทระดับ Super S-Class… ขยะห้อง F อย่างพี่ อย่าริอาจมาแย่งที่ยืนของหนู”

เธอยิ้มหวานหยดย้อย ก่อนจะแกล้งกรีดร้องเสียงดังลั่น

“กรี๊ดดด! พี่นาวีทำอะไรคะ! ทำไมปาแก้วใส่หนู!”

“เฮ้ย! เดี๋ยว!” ผมอ้าปากค้าง

คุณหญิงรำภาและไต้ฝุ่นรีบวิ่งเข้ามาในครัวทันที

“ลิลลี่! เป็นอะไรลูก!” คุณหญิงรำภารีบเข้าไปดูว่าที่ลูกสะใภ้

“ฮึก… พี่นาวีเขา… เขาโกรธที่หนูถามเรื่องพี่ไต้ฝุ่น เขาเลยปาแก้วใส่หนู…” ลิลลี่บีบน้ำตาได้เนียนระดับออสการ์ ชี้มาที่ผมที่ยืนเลอะน้ำชาเต็มตัว

“แก!” คุณหญิงรำภาตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “กล้าดียังไงมาทำร้ายหนูลิลลี่! ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”

เธอยกมือขึ้น พลังจิตสาย ‘Shockwave’ ก่อตัวเป็นคลื่นกระแทกเตรียมซัดผมให้กระเด็นทะลุกำแพง

ผมหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทก

ตึง!!!

เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แต่ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บ…

พอลืมตาขึ้น ผมก็ต้องตกตะลึง

ไต้ฝุ่นยืนขวางอยู่ตรงหน้าผม เขาใช้มือข้างเดียวยันรับคลื่นพลังกระแทกของแม่ตัวเองไว้! พื้นรอบๆ เท้าเขาแตกเป็นรอยร้าว

“พอได้แล้วครับแม่” ไต้ฝุ่นกดเสียงต่ำจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจนลิลลี่หยุดร้องไห้ทันที

“แก… แกกล้าใช้พลังกับแม่เหรอ?” คุณหญิงรำภาตะลึง

“ผมไม่ได้ใช้พลังกับแม่… ผมแค่ปกป้องคนของผม” ไต้ฝุ่นหันมามองผม จับข้อมือที่โดนน้ำชาร้อนลวกขึ้นมาดูด้วยแววตาเจ็บปวด

“และลิลลี่…” ไต้ฝุ่นปรายตามองเด็กหญิงที่ยืนหน้าซีด “อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ว่าพลังของหนูทำอะไรได้… เลิกเล่นละครน้ำเน่าสักที ไม่งั้นสัญญามั่นจะถูกยกเลิกเดี๋ยวนี้”

ลิลลี่เม้มปากแน่น ความกลัวฉายชัดในแววตา เธอรู้ดีว่าไต้ฝุ่นเอาจริง

“กลับไปซะ” ไต้ฝุ่นประกาศกร้าว “และอย่ามาเหยียบที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก”

คุณหญิงรำภากัดฟันกรอด มองลูกชายสลับกับผมด้วยความเคียดแค้น

“แกเลือกเองนะตาฝุ่น… เลือกขยะก้อนนี้แทนแม่และตระกูล… แล้วแกจะเสียใจ”

เธอสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป ลิลลี่รีบวิ่งตาม แต่ก่อนจะพ้นประตู เธอหันกลับมามองผม… ไม่ใช่ด้วยสายตาเกลียดชัง แต่เป็นสายตาที่… ‘เตือนภัย’?

เสียงจิตของลิลลี่ดังขึ้นในหัวผม (Telepathy ส่งท้าย)

“ระวังตัวไว้เถอะพี่ชาย… ไม่ใช่แค่แม่หรอกที่อยากกำจัดพี่… พวก ‘Silencer’ มันรู้แล้วว่าพี่อยู่ที่นี่… มันกำลังมา”


หลังจากความวุ่นวายจบลง

ไต้ฝุ่นลากผมมาที่อ่างล้างจาน เปิดน้ำเย็นราดมือที่แดงเถือกของผมอย่างเบามือ

“เจ็บมั้ย?” เขาถามเสียงอ่อนโยนผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ

“แสบๆ ครับ… แต่พี่ทะเลาะกับแม่แบบนั้นจะดีเหรอครับ?” ผมถามอย่างกังวล

“ช่างหัวแม่สิ” ไต้ฝุ่นหยิบผ้าสะอาดมาซับมือให้ “ขอโทษนะที่ทำให้เจอเรื่องแย่ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมชินแล้วกับการโดนมองว่าเป็นขยะ” ผมยิ้มแห้งๆ

ไต้ฝุ่นชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นจ้องตาผม แล้วทำสิ่งที่ผมไม่คาดคิด

เขาดึงมือข้างที่เจ็บของผมขึ้นมา… แล้วจรดริมฝีปากประทับจูบลงบนหลังมือเบาๆ

ฉ่า…

หน้าผมร้อนวูบวาบจนแทบระเบิด ความเจ็บที่มือหายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือแต่ความเขินที่พุ่งทะลุปรอท!

“สำหรับฉัน… นายไม่ใช่ขยะ” ไต้ฝุ่นพูดชิดผิวเนื้อผม ดวงตาสีเทาสื่อความหมายลึกซึ้ง “นายสำคัญกว่าใครทุกคน… จำไว้”

“พะ… พี่…” ผมพูดไม่ออก ลิ้นพันกันไปหมด

“ไปแต่งตัว” เขาปล่อยมือผม (อย่างอ้อยอิ่ง) “วันนี้วันหยุด… ฉันจะพานายไปซื้อของ”

“ซื้อของ? ซื้ออะไรครับ?”

“เสื้อผ้าใหม่ ของใช้ใหม่… แล้วก็…” เขามองชุดนอนเป็ดเหลืองของผมแล้วยิ้มมุมปาก

“แหวนกันหมา… สักวง”

หา!? แหวนอะไรนะครับคุณประธาน!?

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments