ณ ชายป่าเขต 4 (สมรภูมิเดือด)
“แกบังคับให้ฉันทำเองนะ… อลัน”
เสียงของไต้ฝุ่นต่ำลึกจนเหมือนดังมาจากขุมนรก ดวงตาสีเทาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ
บรรยากาศรอบตัวเขาบิดเบี้ยว… ไม่ใช่แค่ลมพัด แต่ ‘มิติ’ กำลังบิดเบี้ยว
“หยุดนะไต้ฝุ่น!” หมออลันตะโกนเสียงหลง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ถ้านายใช้ท่านั้น ร่างกายนายจะรับภาระไม่ไหว! นายจะตายไปพร้อมกับฉัน!”
“ถ้ามันช่วยนาวีได้… ฉันก็ไม่สน!”
ไต้ฝุ่นประสานมือเข้าหากัน พลังงานเวกเตอร์ทั้งหมดถูกบีบอัดลงสู่จุดเดียวตรงกลางฝ่ามือ เกิดเป็นลูกบอลสีดำขนาดเล็กที่มีแรงดึงดูดมหาศาล
“Singularity (ภาวะเอกฐาน)”
วูมมมม!!!
ลูกบอลสีดำถูกปลดปล่อยออกไป มันไม่ได้ระเบิดออก แต่กลับ ‘ดูดกลืน’ ทุกสิ่งเข้าไป! โดมพลังงานที่ขังเขาไว้เริ่มบิดเบี้ยวและถูกดูดเข้าไปในหลุมดำจำลองนั้น ต้นไม้ หิน ดิน แม้แต่แสงสว่างก็หนีไม่พ้น
“อ๊ากกก!” อลันกรีดร้อง เขาพยายามเกาะต้นไม้ไว้แน่น แต่แรงดึงดูดมันมหาศาลเกินไป “ไอ้ปีศาจ!”
เพล้ง!
โดมพลังงานแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนแก้วบางๆ ไต้ฝุ่นไม่รอช้า เขาสลายหลุมดำทิ้งทันที (ก่อนที่มันจะดูดตัวเขาเข้าไปด้วย) ร่างกายเขาทรุดฮวบลงกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำโต
ร่างกายเขาเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนถูกฉีกทึ้ง กล้ามเนื้อฉีกขาดจากการแบกรับแรงโน้มถ่วงมหาศาล แต่ภาพในหัวเขามีแต่หน้าของคนตัวเล็กที่รออยู่
“รอฉันก่อน… นาวี…”
เขากัดฟันลุกขึ้นโซซัดโซเซ แล้วใช้พลังควบคุมลมพยุงร่างตัวเองให้พุ่งทะยานกลับไปที่ตึกโรงเรียนด้วยความเร็วสูงสุด!
ห้องฝึกซ้อมลับใต้ดิน
สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต!
คุณหญิงรำภาหอบหายใจหนัก แส้ไฟฟ้าในมือเหลือพลังงานเพียงน้อยนิด ศัตรูล้อมกรอบพวกเราไว้ทุกทิศทาง
“ยอมแพ้ซะ” หัวหน้าหน่วยสังหารก้าวออกมา มันชูอุปกรณ์ทรงกลมประหลาดขึ้นเหนือหัว
ติ๊ด… วูม…
คลื่นความถี่สูงถูกปล่อยออกมา ผมรู้สึกปวดหัวจี๊ดเหมือนมีเข็มทิ่มแทงสมอง ส่วนคุณหญิงรำภาทรุดลงคุกเข่า แส้ในมือดับวูบ
“เครื่องสลายพลังจิต (Psi-Nullifier)…” คุณหญิงกัดฟัน “พลังของฉัน… ใช้ไม่ได้…”
“จบกันแค่นี้แหละ ยัยแม่มดแก่ และไอ้เด็ก Nexus” ศัตรูแสยะยิ้ม เล็งปืนมาที่พวกเรา
ผมมองไปรอบๆ ทางหนีทีไล่ไม่มีเหลือ แม่ผัวก็หมดสภาพ ไต้ฝุ่นก็ยังไม่มา…
ต้องทำอะไรสักอย่าง… คิดสินาวี! คิด!
ไต้ฝุ่นเคยบอกว่า… พลังของนายคือการเชื่อมต่อ… นายเชื่อมกับอะไรก็ได้…
ผมมองไปที่ผนังห้อง มองไปที่เพดาน มองไปที่โครงสร้างเหล็กกล้าที่ค้ำจุนตึกนี้อยู่
ถ้าเชื่อมกับคนไม่ได้… ถ้าเชื่อมกับวัตถุชิ้นเล็กๆ มันไม่พอ… งั้นก็เชื่อมกับ ‘ทั้งตึก’ ไปเลยสิโว้ย!
ผมทิ้งท่อนเหล็กในมือ แล้วพุ่งตัวไปทาบฝ่ามือทั้งสองข้างลงกับพื้นคอนกรีต
“Link: ARCHITECTURE (สถาปัตยกรรม)!”
“จะทำอะไรของแก!” ศัตรูจะลั่นไกปืน
แต่ช้าไป…
ครืนนนนนนน!
ตึกทั้งหลังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นเหมือนตึกกำลัง ‘ตื่น’!
จิตของผมพุ่งทะลุลงไปในคอนกรีต วิ่งไปตามเส้นเหล็กดัด ไหลไปตามท่อประปา ผมรู้สึกถึงทุกห้อง ทุกเสาเข็ม ทุกน็อตสกรู… ตอนนี้ ‘ผมคือตึก’ และ ‘ตึกคือผม’
“ใครอนุญาตให้มายิงปืนในตัวฉันมิทราบ!” ผมตะโกนลั่น (แต่เสียงที่ออกมาดังก้องกังวานมาจากทั่วทั้งห้อง)
ตึง!
พื้นคอนกรีตที่ศัตรูยืนอยู่จู่ๆ ก็แยกตัวออกเป็นปากฉลาม แล้วงับขาพวกมันไว้แน่น!
“เหวอ! อะไรวะเนี่ย!”
“เพดาน! ระวังเพดาน!”
ท่อดับเพลิงบนเพดานบิดงอลงมาเหมือนงูยักษ์ แล้วพ่นน้ำแรงดันสูงใส่หน้าพวกมันจนกระเด็น! สายไฟที่ขาดห้อยลงมาพุ่งเข้าไปรัดคอและช็อตพวกมันทีละคนราวกับมีชีวิต!
“ปีศาจ! ตึกนี้มันมีผีสิง!” หน่วยสังหารแตกตื่นวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น แต่กำแพงห้องกลับเลื่อนมาปิดกั้นทางออกขังพวกมันไว้
ผมยืนหลับตา เหงื่อไหลพราก เลือดกำเดาไหลหยดลงพื้น สมองรับภาระหนักอึ้งจากการควบคุมโครงสร้างขนาดมหึมา
“อีกนิดเดียว… ออกไปจากบ้านของฉัน!”
ผมบิดข้อมือ
โครม!
พื้นห้องส่วนหนึ่งดีดตัวขึ้นเหมือนสปริง ดีดร่างศัตรูทั้งหมดกระเด็นอัดกำแพงจนสลบเหมือดคาที่!
ความเงียบกลับคืนสู่ห้องฝึก…
ผมค่อยๆ ถอนมือออกจากพื้น ร่างกายหนักอึ้งเหมือนหิน ขาอ่อนแรงจนทรุดลงกับพื้น
“แฮ่ก… แฮ่ก…”
“เหลือเชื่อ…”
เสียงพึมพำดังมาจากด้านหลัง คุณหญิงรำภายืนมองผมด้วยสายตาตะลึงงัน แส้ไฟฟ้าในมือหล่นลงพื้น
“เชื่อมต่อโครงสร้างอาคาร… ควบคุมสสารไม่มีชีวิตในสเกลใหญ่ขนาดนี้…” เธอกลืนน้ำลาย “นี่มันไม่ใช่แค่ Nexus แล้ว… นี่มัน…”
ตึง!
ประตูเหล็กที่บิดเบี้ยวถูกกระชากเปิดออก
ร่างโชกเลือดของไต้ฝุ่นเดินโซซัดโซเซเข้ามา เขาหอบหายใจหนัก เสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ดวงตายังคงมองหาคนคนเดียว
“นาวี…”
“ไต้ฝุ่น!”
ผมรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย วิ่งถลันเข้าไปหาเขา
ไต้ฝุ่นอ้าแขนรับผมไว้ ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ตัวผม เขาสลบไปแล้ว!
“นาย! ไต้ฝุ่น! อย่าเป็นอะไรนะ!” ผมประคองร่างเขาไว้อย่างทุลักทุเล นั่งลงกับพื้นโดยให้เขาหนุนตัก
เลือดจากแผลทั่วตัวเขาเปรอะเปื้อนเสื้อผม ผมรีบวางมือลงบนหน้าอกเขา ใช้พลัง Link เชื่อมต่อชีพจร ส่งพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของผมไปประคองหัวใจเขาไว้
“คุณแม่ครับ! ช่วยด้วย!” ผมหันไปร้องขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา
คุณหญิงรำภารีบวิ่งเข้ามาดูอาการลูกชาย เธอแตะชีพจรไต้ฝุ่นแล้วหน้าเครียด
“ใช้พลังเกินขีดจำกัด… อวัยวะภายในบอบช้ำหนัก” เธอหันมามองผม “นาวี นายต้องประคองอาการเขาไว้ ห้ามให้หัวใจหยุดเต้นเด็ดขาด จนกว่าหน่วยแพทย์จะมาถึง!”
“ครับ! ผมสัญญา!”
ผมกุมมือไต้ฝุ่นแน่น หลับตาส่งกระแสความอบอุ่นเข้าไป…
อย่าทิ้งผมไปนะ… สัญญาแล้วว่าจะดูแลผม… ห้ามผิดสัญญานะ…
ท่ามกลางความวุ่นวายและกลิ่นคาวเลือด คุณหญิงรำภามองภาพเด็กหนุ่มที่กอดลูกชายเธอแน่น พยายามปกป้องเขาด้วยชีวิต
แววตาดูแคลนของเธอหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความยอมรับบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ
“หึ… ก็ใจเด็ดใช้ได้นี่นา” เธอพึมพำเบาๆ “สมกับที่เป็น… ลูกสะใภ้ตระกูลวายุภัค“


