[บทนำ: กระดาษหน้าที่ไม่มีวันจบ]
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
เข็มนาฬิกาบนผนังห้องยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์พอๆ กับความทรงจำของผมที่มักจะย้อนกลับไปหยุดอยู่ที่เดิมเสมอ…
วันนี้ผมได้รับซองจดหมายสีครีมกลิ่นหอมอ่อนๆ มันไม่ใช่จดหมายรัก แต่มันคือ ‘จุดสิ้นสุด’ ของความหวังที่ผมต่อลมหายใจให้มันมาตลอดสิบปี บนการ์ดแต่งงานนั้นมีชื่อของ “จิณณ์” พิมพ์คู่กับใครอีกคนที่ผมไม่รู้จัก แต่เธอก็ดูช่างเหมาะสมกับเขาเหลือเกิน
ผมหยิบไดอารี่เล่มเก่าที่หน้ากระดาษเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลขึ้นมาเปิดอีกครั้ง หน้าแรกของมันถูกเขียนไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน ในวันที่เด็กชายแว่นหนาเตอะคนหนึ่งตัดสินใจจะ “เปลี่ยนตัวเอง” เพื่อใครบางคน
✍️ บันทึกหน้าที่ ๑: วันที่โลกหมุนรอบลูกบาสสีส้ม
ถ้าถามว่าความรักมีหน้าตาเป็นอย่างไร สำหรับคนอื่นอาจเป็นดอกกุหลาบหรือหัวใจ แต่สำหรับผม ความรักมีหน้าตาเหมือนเด็กผู้ชายมัธยมสี่ที่ชอบใส่เสื้อกล้ามบาสเกตบอลเบอร์ ๑๔ และมีรอยยิ้มที่สว่างกว่าสปอร์ตไลท์ในโรงยิมเสียอีก
ผมจำได้ดี… เย็นวันนั้นที่ท้องฟ้าเป็นสีส้มอมชมพู ผมที่กำลังกอดกองหนังสือวิชาฟิสิกส์เดินผ่านสนามบาส แล้วลูกลูกบาสเจ้ากรรมก็กระดอนมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้า เสียงตะโกนเรียก “พี่ครับ!” ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
เพียงแค่จิณณ์ยิ้มให้ พร้อมกับยื่นมือมาขอรับลูกบาสคืน โลกทั้งใบของผมก็คล้ายจะหยุดหมุนกระทันหัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเนิบนาบกลับรัวเร็วเหมือนกลองชุด
รอยยิ้มนั้นเอง… ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามทั้งหมดในชีวิตผม
🏀 ผมยอมทิ้งแว่นตาหนาเตอะ แล้วหันมาฝึกใส่คอนแทคเลนส์จนตาแดงก่ำ 🏀 ผมยอมอดข้าวเย็นและตื่นมาวิ่งตั้งแต่นกยังไม่ต้อนรับอรุณ เพื่อให้พุงกะทิหายไป 🏀 ผมยอมเรียนรู้เรื่องกีฬาที่ผมไม่เคยชอบ เพียงเพื่อจะได้มีบทสนทนาคุยกับเขาได้นานขึ้นอีกสักนาที
ผมทำทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพื่อให้เขามาเป็นของผม… (ถึงแม้ลึกๆ จะแอบฝันถึงขั้นนั้น) แต่ผมทำเพราะอยากให้ “พี่พีท” คนนี้ ดูดีพอที่จะยืนอยู่ใกล้ๆ “จิณณ์” ได้โดยไม่รู้สึกเขินอายสายตาใคร
แต่ก็นั่นแหละ… ไดอารี่เล่มนี้บันทึกไว้หมดแล้ว ทั้งหยดน้ำตาตอนที่เห็นเขาไปรับรักคนอื่น ความภูมิใจตอนที่เขาชมว่าผมดูดีขึ้น หรือความขมขื่นที่ต้องเป็น ‘พี่ชายที่แสนดี’ คอยซับเหงื่อให้เขาข้างสนาม
จนถึงวันนี้ จิณณ์คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมกลายเป็นคนใหม่ที่มั่นใจในตัวเอง แต่เขาก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่า… ไม่ว่าจะพัฒนาตัวเองไปไกลแค่ไหน ผมก็ยังคงเดินตามหลังเขาอยู่หนึ่งก้าวเสมอ
และตอนนี้ เขากำลังจะก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ ขณะที่ผมยังนั่งกอดไดอารี่เล่มเดิมอยู่ในห้องเดิมๆ ที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายของเขา
ยินดีด้วยนะจิณณ์… แต้มรักในใจพี่ ขอยอมแพ้ที่สกอร์นี้ก็แล้วกัน

